วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ยายสำเนียง



แดดยามเช้าหน้าหนาวช่วงต้นปีใหม่ในหมู่บ้านเล็กๆของข้าพเจ้า เช้านี้มีข่าวใหม่ที่ร้านค้ายามเช้าเขาพูดคุยกันอยู่เรื่องหนึ่งคือ เมื่อคืนนี้ตอนใกล้รุ่ง ยายสำเนียงซึ่งเป็นเมียของเฒ่าด้วนขอทาน ได้นอนไหลตายไปอย่างสงบ หลายคนในหมู่บ้านรู้สึกทึ่งและให้ความสนใจของครอบครัวนี้ ที่ว่าทึ่งเนี่ย เพราะเฒ่าด้วนซึ่งมีอาชีพขอทานมานมนานแกไม่ได้มีชีวิตที่ยากแค้นเหมือนที่คนบางคนจินตนาการไว้เลย แต่กลับมีชีวิตที่ค่อนข้างสบายกว่าคนหาเช้ากินค่ำบางคนในหมู่บ้านของเราด้วยซ้ำ
เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่แล้ว ยายสำเนียงซึ่งหายสาบสูญจากหมู่บ้านของเราไปนานมาก จนคนรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อยเช่นข้าพเจ้าไม่รู้จัก ได้เดินทางกลับมาบ้านเก่าพร้อมกับชายพิการขาด้วน และมือข้างซ้ายกุดคนหนึ่งซึ่งแกแนะนำกับใครๆว่าเป็นสามีหรือว่าผัวของแกน่ะแหละ ซึ่งในตอนนั้นไม่ค่อยมีใครสนใจเขาทั้งสองคนเท่าไหร่ เพราะว่าคนบางคนหายออกจากหมู่บ้านไป แล้วก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย และบางคนออกจากหมู่บ้านไปนานมากแล้วนานๆก็กลับมาเสียทีหนึ่ง แล้วก็หายไปอีกเป็นเวลานานๆ เป็นเช่นนี้เรื่อย แต่สำหรับสองผัวเมียคู่นี้ แกตั้งใจจะกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านของเราเลย ซึ่งในคืนนั้น บรรดาญาติๆของยายสำเนียงก็มาร่วมกันต้อนรับการกลับมาของยายสำเนียงและชายพิการคนนั้น ซึ่งหลายคนถามว่า เขาเป็นใครมาจากไหน ซึ่งก็ไม่ได้รับคำตอบที่ตรงประเด็นสักเท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่าชายคนนั้นเป็นคนทางภาคเหนือ ซึ่งบางคนเคยพูดว่า ชายคนนั้นเป็นถึงข้าราชการทางภาคเหนือ แต่แล้วแกเป็นโรคร้ายที่สังคมรังเกียจ ถึงกับต้องตัดขาในขณะที่นิ้วมือของแกก็กลับหงิกงอ จนแกต้องอัปเปหิตัวเองออกจากครอบครัวที่มีฐานะดี ออกรอนแรมขอทานจนกระทั่งมาเจอยายสำเนียงที่แกมีอาชีพหมอดูเร่ร่อน ที่ออกดูหมอตามสถานที่สาธารณะที่มีคนจอแจพลุกพล่านทั่วไป ซึ่งแกทั้งสองคนจะไปพบรักและตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันกันที่ไหนก็คงจะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาทั้งสองคน ซึ่งก็คงจะไม่มีใครติดตามถามข่าวเท่าไหร่หรอก
อยู่มาเรื่อยๆแกก็เริ่มสร้างฐานะตั้งแต่ยังไม่มีบ้านจะอยู่ ต้องอาศัยใต้ถุนบ้านของพ่อและแม่ของแกซึ่งเป็นกระท่อมเก่าๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้แกก็เริ่มสร้างกระท่อมของแกเล็กๆขึ้นมาหลังหนึ่ง และอีกไม่กี่ปีต่อมาแกก็ได้ให้กำเนิดสายใยรักตัวน้อยๆที่น่ารักที่สุดในสายตาของแกทั้งสองคนซึ่งแกและพวกเราทั้งหลายเรียกมันว่าเจ้าโหนก และต่อมาอีกไม่นานบ้านที่เคยเป็นกระท่อมซอมซ่อ ก็กลายเป็นบ้านก่ออิฐถือปูนฉาบสีสวยสด ที่ทำให้บางคนในหมู่บ้านต้องนึกอายตัวเองที่เฒ่าด้วนซึ่งไม่มีอะไรติดตัวมาเลย อ้อ..ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่ามีอะไรติดตัวมาไม่ครบเหมือนคนอื่นเขา ยังมาก่อร่างสร้างตัวได้ขนาดนี้
โหนกเป็นเด็กที่ค่อนข้างไม่เอาถ่าน หลายครั้งที่ชาวบ้านเอาเรื่องราวที่ไม่ค่อยจะดีนักของโหนกมาพูด เป็นต้นว่า โหนกลักเงินพ่อไปเสพยาบ้าง บางครั้งพ่อของโหนกไปขอทานไกลๆถึงเชียงใหม่ ก็เอาโหนกติดไปด้วย หลายครั้งที่เฒ่าด้วนดวงดีพกเงินมาห่อใหญ่จากการที่มีผู้ใจบุญบริจาคให้เพราะความน่าสงสาร แต่หลายครั้งเฒ่าด้วนก็กลับมาด้วยความผิดหวัง ไม่ใช่เพราะที่นั่นไม่มีผู้ใจบุญหรอก แต่โหนกลูกชายสุดที่รักของแกขโมยเงินของแกไปกินเหล้าและเสพยากับเพื่อนที่เกกมะเหรกเกเรพวกนั้นนั่นเอง แต่เฒ่าด้วนก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะกลับบ้านมาด้วยมือเปล่าๆ เพราะทุกครั้งที่แกกลับมาบ้านแกจะต้องซื้อของกินของใช้มาฝากยายสำเนียงที่แกให้อยู่กับบ้านเฉยๆอย่างเหลือเฟือทุกครั้ง หรือแม้กระทั่งวันที่แกอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ออกไปขอทานที่ไหน ชาวบ้านจะเห็นยายสำเนียงออกไปซื้อข้าวของเครื่องกิน-ใช้ หอบหิ้วเอามาจนเดินข้างเอียงเลยเชียวหละ จนกระทั่งโหนกมีอายุครบ๒๐ปีบริบูรณ์ เฒ่าด้วนก็จัดการให้โหนกบวชเรียน โหนกบวชได้ไม่กี่สิบวันก็สึกหาลาเพศออกมาและยังคงทำตัวอย่างเดิม จนครั้งสุดท้ายเมื่อเร็วๆนี้ก็ได้ยินข่าวว่าเฒ่าด้วนบอกขายแบ่งที่ดินที่แกมีอยู่เพื่อนำเงินไปใช้หนี้อะไรของแกไม่รู้ซึ่งเป็นเงินหลายหมื่นบาทอยู่แต่ก็ยังเหลือในบัญชีอีกหลายหมื่น แต่แกก็ต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำของลูกชายสุดที่รักอีกครั้ง ซึ่งเฒ่าด้วนได้ไปเปิดบัญชีธนาคารใกล้บ้านโดยใช้ชื่อของแกเปิดบัญชี แต่พนักงานธนาคารหวังดีให้แกทำบัตร เอทีเอ็ม ซึ่งหูตาฝ้าฟางของแกไม่ค่อยจะเห็นตัวหนังสือเวลาแกจะเบิกมาใช้ทีไรแกก็ให้โหนกเป็นคนกดเอทีเอ็มให้ทุกที เวลาแกเผลอโหนกก็ลักเอาบัตรเอทีเอ็มของแกไปกดเองอยู่เรื่อย จนวันหนึ่งเฒ่าด้วนมีธุระที่จะต้องใช้เงินด่วนจึงเอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเองจึงได้รู้ว่าเงินในบัญชีนั้นได้อันตรธานหายไปเกลี้ยงเรียบร้อยโรงเรียนแอมเฟตามีนไปแล้ว
แต่เรื่องที่จะเล่าเนี่ยมันไม่เกี่ยวกับตรงนั้นเลยนะครับแต่มันเกี่ยวกับเรื่องอาชีพการดูหมอของยายสำเนียงนี่แหละ ซึ่งก็เป็นปรกติสำหรับหมอดูทั่วๆไป มีผิดบ้าง ถูกบ้าง แม่นบ้าง ไม่แม่นบ้างเป็นปรกติธรรมดา คือเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ถูกใจบรรดาคุณแม่บ้านทั้งหลายจะชื่นชอบการดูหมอกันแทบจะทุกคน เมื่อยายสำเนียงเคยมีอาชีพหมอดู ก็มีคุณแม่บ้านทั้งหลายที่คะยั้นคะยอให้แกดูหมอให้อยู่บ่อยๆ กลุ่มแม่บ้านที่เคยให้ยายสำเนียงดูหมอให้บ่อยๆก็จะมีอยู่คนหนึ่งซึ่งรักใคร่กันมากชื่อนางรอด นางรอดกับยายสำเนียงนี่เขาสนิทกันมาก ถึงขนาดเข้าหุ้นทำประกันชีวิตโครงการกองทุนหมู่บ้านเลยเชียวหละ ซึ่งคงจะคุยกันถูกคอ เพราะต่างคนต่างประกันซึ่งกันไว้โดยใช้ชื่อลูกของแต่ละฝ่ายกับเพื่อนอีกคนเป็นผู้รับผลประโยชน์ เช่นนางรอดประกันยายสำเนียงไว้ก็ให้ลูกก็คือโหนกและเพื่อนคือนางรอดเป็นผู้รับผลประโยชน์ ส่วนนางรอดก็ให้ลูกและยายสำเนียงรับผลประโยชน์
จนเกือบๆจะวันหวยออก ก็คือปีนี้หวยออกวันที่ ๓๐ ธันวาคม ก่อนปีใหม่บรรดาคอหวยทั้งหลายต่างก็วิ่งหาเลขดีเลขเด็ดกันคึกคัก นางรอดก็เช่นกันคอหวยชนิดเข้าเส้นคนหนึ่ง เช้าวันนี้พอเห็นยายสำเนียงดินมาก็เข้าไปทัก “..ไง..เนียง...งวดนี้ได้เลขอะไรบ้างไหมล่ะ..”
“ไม่ได้เลย..รอพ่อไอ้โหนกมันเหมือนกัน ว่าไปทำงาน(เรียกการไปขอทานว่าทำงาน)ที่วัดดังซะด้วยสิ เดี๋ยวไอ้ด้วนมันคงโทร.มาบอกกับไอ้โหนก” แน่ะ....ไฮเทคซะ “เออ...มึงพิจารณาแพทย์ลายมือให้กูถี.....ปีใหม่นี้กูเป็นไงมั่ง..จะมีผัวใหม่รึเปล่าวะ..” แน่ะ นางรอดตกพุ่มหม้ายมาสักสอง-สามปีแล้วหละบอกให้เพื่อนรักดูลายมือกระแดะเรียกซะโก้ว่าพิจารณาแพทย์เหมือนกับจะเป็นการฆ่าเวลาเล่นๆเพื่อหาเรื่องมาคุยกัน แกก็รับไปดูแล้วทำคอ หงึกๆหงักๆ แล้วพูดเสียงดังฟังชัดว่า “...รอดเอ๊ย..หวยน่ะ มึงไม่ต้องซื้อมากหรอก ดวงมึงช่วงนี้ไม่มีทางจะถูกหวยหรอกว่ะ...แต่ถ้าหลังปีใหม่ไปแล้วไม่แน่นาโว้ย....ดวงมึงจะมีลาภลอย..จะฟลุ๊คอะไรซักอย่างหนึ่ง...คอยดูสิ..”ยายสำเนียงแกทำนาย “เออ...เออ...กูจะฟลุ๊คอะไรของกูวะ...ของก็ขายไม่ค่อยดี ลูกก็มาขอแต่ตังค์..แล้วดวงกูจะฟลุ๊คทางไหนวะ...ฮึ..เนียง”นางรอดแย้ง “เออ..มึงคอยดูไปก็แล้วกันว่ะ..เดี๋ยวกูขอตัวไปทำกับข้าวก่อนโว้ย” แล้วยายสำเนียงก็ลุกขึ้นหิ้วของพะรุงพะรังเดินจากไป
หลังจากหวยออกไม่นานจนกระทั่งเช้าตรู่ของวันที่ ๔ มกราคม ซึ่งยังมีกลิ่นอายของปีใหม่เข้มข้น บางคนยังไม่หายเมาจากการฉลองปีใหม่เลย ร้านค้ายามเช้าของหมู่บ้านของเราซึ่งเป็นแหล่งกระจายข่าวของหมู่บ้านชั้นดี ก็คุยกันแต่เรื่องที่ยายสำเนียงตายแล้วเมื่อตอนตีสี่ที่ผ่านมานี่เอง แกตายอย่างไม่มีเค้าลางบอกเลย เพราะเมื่อวานตอนเย็นแกยังเดินมาซื้อเหล้าขาวครึ่งขวดไปดวดกับเฒ่าด้วนของแกเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่เลย ไม่มีใครรู้ว่าแกเจ็บป่วยมาก่อนแม้กระทั่งเฒ่าด้วนผัวของแก ยังท่านอนตายของแกอีก คนตายที่ไหนนอนไขว่ห้างตาย ดูสภาพศพแล้วเหมือนแกกำลังนอนหลับอย่างสบายเท่านั้นเอง ในงานศพของแกคนที่โศกเศร้าที่สุดคงจะเป็นเฒ่าด้วนผัวของแกนั่นเอง โหนกก็คงเสียใจไม่น้อยเพราะแม่เป็นคนที่ปกป้องโหนกจากเรื่องราวร้ายต่างๆของโหนกมาโดยตลอด
เรื่องราวที่เล่ามานี่ ไม่มีอะไรหรอกแค่จะบอกว่า ยายสำเนียงน่ะแกดูหมอแม่นมากๆ ถ้าวิญญาณแกรับรู้อยู่แกคงจะรู้ว่า นางรอดน่ะแกรู้แล้วหละว่าแกฟลุ๊คเรื่องอะไร หลายหมื่นเชียวหละนะ เงินค่าประกัน แล้วก็ได้รับคำตอบแล้วว่าแกจะมีผัวในปีนี้หรือเปล่า เพราะเฒ่าด้วนกับนางรอดตกลงปลงใจกันแล้วว่า จะอยู่ช่วยกันเลี้ยงเจ้ามะโหนกของยายสำเนียงคู่กัน ส่วนยายสำเนียงวันนั้น ถ้าดูดวงให้นางรอดอย่างตาเห็นจริงแล้วล่ะก็ แกอาจจะเอาถุงกับข้าวที่แกถือมาฟาดเปรี้ยงเข้าไปที่กกหูของนางรอดเพื่อนรักของแกก็ได้
รึคุณว่าไง.
ขอบคุณภาพ thummada.com